Article — ต้นกล้ากัญชา

How to deal with root rot in cannabis plants

โพสต์โดย Phuphan Herb เมื่อ

จะรับมือกับอาการรากเน่าในกัญชาอย่างไร การปลูกกัญชาเป็นเรื่องที่สนุก และผลของการปลูกคือรางวัล แต่ก็เต็มไปด้วยความท้าทายต่างๆมากมาย การปลูกต้องการการดูแลอย่างสม่ำเสมอไม่ว่าจะเป็นการรุกรานศัตรูพืช และการโจมตีของโรคต่างๆ นานับประการล่วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่จะทำลายต้นกัญชา และทำให้ผลผลิตที่ได้ไม่ดี โรคที่เรารู้จักดีอย่างเช่น "รากเน่า" รากเน่าคืออะไร ? รากเน่าคือสภาวะที่สามารถเกิดได้ทั้งการปลูกแบบในร่ม และกลางแจ้ง สาเหตุสำคัญคือระบบการระบายน้ำในดิน โรคนี้มีสาเหตุมาจากเชื้อราหลายชนิดตัวอย่างเช่น Fusarium, Pythium, และ Rhizoctonia.   เชื้อราพวกนี้จะทำลายในช่วงที่เป็นเมล็ด และต้นกล้า นั่นหมายถึงต้นกัญชาวัยอ่อนที่มีความอ่อนแอง่ายต่อการถูกรุกราน เชื้อราที่ทำให้รากเน่าพัฒนาจากสปอร์ และสามารถอาศัยอยู่ในดินได้เป็นเวลานาน นั่นคือก่อนที่เราจะทำการปลูกด้วยซ้ำ โรคนี้สามารถเกิดกับการปลูกแบบไฮโดรโปนิค และสามารถมีชีวิตรอดอยู่ในอ่างน้ำสำหรับปลูก Rhizoctonia seen under microscope (Photo: Forestpests)     ลักษณะรากที่มีสุขภาพดี   ภาวะของอาการรากเน่า รากเน่าจะเริ่มพัฒนาในภาวะเฉพาะ ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งคือความชื้น การให้น้ำเยอะเกินไป บทบาทสำคัญในการเกิดรากเน่าคืออุณหภูมิ เชื้อราจะเจริญเติบโตได้ดีในช่วงอุณหภูมิระหว่าง 20-34 องศาเซลเซียส ในกรณีการปลูกแบบไฮโดรโปนิคการให้ความร้อนกับอ่างน้ำสามารถช่วยลดจำนวนเชื้อราได้โดยง่าย การค่อยๆระบายน้ำออกสามารถช่วยกำจัดอาการรากเน่าได้ ช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะที่ไม่พึงประสงค์ การลดปริมาณออกซิเจนก็จะเป็นการช่วยอีกอย่างหนึ่ง แต่อย่าลืมตรวจสอบการทำงานของปั๊มอาการให้ทำงานที่ถูกต้อง ตรวจสอบอ่างน้ำอย่าให้มีซากสิ่งมีชีวิต หรือซากพืชเจือปน ซึ่งเมื่อมันเน่าเปื่อยจะก่อให้เกิดอาการรากเน่า   ลักษณะอาการของรากเน่า  อาการรากเน่าจะแสดงออกได้หลายๆทาง โดยอาการจะเกิดกับหลายๆส่วนของต้น  - ใบจะเริ่มเป็นสีน้ำตาล หรือไหม้ตรงขอบ สีซีด และเกิดจุดสีน้ำตาล - บริเวณยอด และขอบใบจะเริ่มไหม้ ม้วนขึ้นหรือลง - ใบแก่จะเร่ิมตายและร่วง - เกิดภาวะหยุดการเจริญเติบโต โดยรวม ต้นกัญชาจะเริ่มดูอ่อนแอ และเริ่มเหี่ยวโรย หรือใบร่วงหมดต้น ในการปลูกแบบไฮโดรโปนิคระบบรากจะเป็นสีน้ำตาล และเปื่อย มีกลิ่นเหม็น     เราจะรับมือกับอาการรากเน่าอย่างไร เมื่อเกิดอาการรากเน่ามันจะเป็นการยากมากที่จะรับมือ สปอร์ของเชื้อรามีขนาดเล็กมาก และไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าต้องใช้ไมโครสโคป ทำให้ยากต่อการตรวจสอบเมื่อมันเริ่มแพร่กระจาย โดยพื้นฐานแล้วถ้าต้นกัญชามีอาการรากเน่าจะเป็นการยากที่จะแก้ไข การป้องกันจะเป็นการดีที่สุด ประการแรกคือการตรวจสอบวัสดุสำหรับปลูก ก่อนที่จะเร่ิมปลูกต้นกัญชา แบบกลางแจ้งต้องให้แน่ใจว่าในดินไม่มีเชื้อรา เพราะมันอยู่ในดินได้เป็นเวลานาน เราต้องปลูกในบริเวณที่มีการรบกวนน้อยที่สุด ต้องให้แน่ใจว่าดินสามารถระบายน้ำได้ดี ถ้าหากเราปลูกในกระถางการใช้เพอร์ไลท์จะช่วยให้อาการไหลเวียนได้ดี การบำรุงจุลชีพในดินจะเป็นการช่วยต่อสู้กับอาการรากเน่า หรือใช้ผลิตภันฑ์กำจัดเชื้อราก่อนปลูกก็จะสามารถช่วยป้องกันได้ การควบคุมศัตรูพืชจะเป็นส่วนสำคัญในการป้องกัน แมลงศัตรูพืชจะเป็นพาหะนำเชื้อรา นี้คือกุญแจสำคัญประการหนึ่ง การใช้น้ำฉีดล้างทำความสะอาดกระถางจะเป็นการดีในการช่วยไล่ศัตรูพืชและเชื้อรา ก่อนที่จะรดน้ำให้สังเกตุดูว่าผิวดินแห้งหรือยังจะเป็นการช่วยป้องกันการให้น้ำเยอะเกินไป...

อ่านเพิ่มเติม →


Understanding N-P-K and what it means when growing cannabis

โพสต์โดย Phuphan Herb เมื่อ

ทำความเข้าใจ NPK ว่ามีความสำคัญอย่างไรต่อการเจริญเติบโตของกัญชา NPK ตามที่เราทราบกันดีก็คือ ไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส และ โพแทสเซียม ทั้ง 3 เป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้พืชเจริญเติบโต แข็งแรง และให้ดอกที่มีคุณภาพสูง การจัดการระดับสารอาหารจึงมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตเป็นอย่างย่ิง โดยเราอาจจะใช้ปุ๋ยเคมี หรือปุ๋ยอินทรีย์ก็ได้   อะไรคือ NPK? NPK คือสูตรสารอาหารหลักพื้นฐานของกัญชา และพืชชนิดอื่นๆ ล้วนแล้วต้องการมันเพื่อการเจริญเติบโตและมีชีวิต ประกอบด้วย ไนโตรเจน(N), ฟอสฟอรัส(P) และ ไพแทสเซียม(K) สารอาหารที่พืชต้องการพบได้ในปุ๋ยทุกชนิดโดยอาจจะมีอัตราส่วนที่แตกต่างกันไป ทั้งสามองค์ประกอบต้องมีปริมาณที่สมดุลกัน แต่อาจจะเป็นการยากที่จะคำนวณค่าที่แน่นอน   ทำไม NPK ถึงสำคัญ? กัญชาเป็นพืชที่ต้องการ ไนโตเจน, ฟอสฟอรัส และ โพแทสเซียม ตลอดวงจรชีวิตของกัญชาซึ่งต้องมีความสมดุลเพื่อให้กัญชาเจริญเติบโตได้ดี ไนโตรเจน: ถึงแม้ว่าจะมีอยู่โดยทั่วไปในอากาศ แต่พืชจะไม่สามารถดูดซับจากอากาศได้(ยกเว้นพืชตระกูลถั่ว) แต่ต้องอาศัยรากเป็นตัวดูดซับจากดิน และเป็นสารอาหารหลักในช่วงที่ต้นกัญชากำลังเติบโตสร้างใบ ไนโตรเจนมีความสำคัญต่อการผลิตคลอโรฟิลล์ซึ่งพืชใช้ในการแปลงคาร์บอนไดออกไซด์ (หรือ CO2) จากบรรยากาศสู่กลูโคสเพื่อใช้เป็นพลังงานในการเติบโตของเชื้อเพลิง แหล่งที่มาตามธรรมชาติของไนโตรเจนรวมถึงสัตว์โดยผลิตภัณฑ์ เช่นมูลสัตว์จากสัตว์ปีกหรือเลือดป่น  ฟอสฟอรัส: ซึ่งแตกต่างจากไนโตรเจนฟอสฟอรัส ซึ่งหายากในรูปแบบตามธรรมชาติในสภาพแวดล้อมส่วนใหญ่เป็นเพราะมันทำปฏิกิริยาสูงต่อสารอื่น ๆ ฟอสฟอรัสมีความสำคัญต่อการพัฒนาของรากที่แข็งแรง ระยะที่กัญชามีออกดอกมักจะต้องการฟอสฟอรัสเพิ่มขึ้น นั่นทำให้เราต้องเพิ่มปริมาณการให้ฟอสฟอรัสในช่วงออกดอก โพแทสเซียม: เช่นเดียวกับไนโตรเจนและฟอสฟอรัส โพแทสเซียมช่วยเสริมการเผาผลาญของพืช มีความจำเป็นสำหรับการสังเคราะห์ด้วยแสง และการผลิตโปรตีนที่สำคัญของพืช นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของพืช ช่วยให้ต้านทานศัตรูพืชการติดเชื้อและโรคมากขึ้น เช่นเดียวกันโพแทสเซียมมันเป็นสารที่ทำปฏิกิริยากับสารอื่น และมักจะไม่พบในรูปแบบธรรมชาติในดินโดยทั่วๆไป ในขณะที่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม มีความสำคัญตลอดวงจรการเจริญเติบโตของกัญชา อัตราส่วนที่พืชต้องการสารอาหารเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไปขึ้นอยู่กับว่าช่วงเวลาใดของวงจรการเจริญเติบโตของกัญชา ตัวอย่างเช่น ช่วงที่เป็นต้นกล้ากัญชาต้องการสารอาหารที่แตกต่างกับ ช่วงที่กำลังจะเริ่มออกดอก ต่อไปนี้เป็นแนวทางพื้นฐานสำหรับความต้องการ NPK ของพืชกัญชาในระยะต่าง ๆ ของวงจรการเจริญเติบโต:   เราจะใช้ NPK กับกัญชาเมื่อไหรอย่างไร? NPK สำหรับระยะที่กำลังเจริญเติบโตสร้างใบและลำต้น ช่วงนี้สามารถแบ่งออกเป็น 3 ระยะคือ ต้นกล้า, ต้นอ่อนระยเริ่มแรก และต้นโตระยะกลาง ระยะที่เป็นต้นกล้าชุดใบที่ 1 หรือ 2 ต้องการสารอาหารหลักที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตยังไม่มากโดยปกติจะต้องการในอัตราส่วน...

อ่านเพิ่มเติม →


Plant Anatomy

โพสต์โดย Phuphan Herb เมื่อ

กายวิภาคของต้นกัญชา ต้นกล้า ต้นกล้าคือต้นอ่อนของพืชที่พัฒนาจากต้นอ่อนภายในเมล็ด ใบเลี้ยงจะปรากฎในระยะที่พืชงอกออกมาจากเมล็ด และเจริญเติบโตจนกลายเป็นใบชุดแรกของต้นกล้า ปลายยอดจะเป็นเนื้อเยื่อของใบจริงชุดแรกที่จะเจริญเติบโตต่อไป โดยใบอ่อนจะออกมาเป็นคู่ใบตรงข้ามกัน   ราก เมื่อรากเริ่มงอก กลุ่มของเซลล์รากจะปรากฎให้เห็นเป็นตุ่มเล็กๆ ระบบท่อน้ำเลี้ยงจะเจริญเติบโตไปพร้อมกัน และเมื่อรากงอกเติบโตจนกระทั้งพัฒนาลำต้น โดยปกติการเจริญเติบโตของรากระยะนี้ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ และปรากฎรากฝอยภายใน 4 สัปดาห์     ใบ ใบจะมีลักษณะเหมือนฝ่ามือเป็นแฉก หยักเป็นซี่ โดยใบของซาติวาจะยาวเรียวมีสีเขียวอ่อน ใบของอินดิกากว้างกว่าสีเขียวน้ำมันมะกอก     เริ่มเป็นดอก ระยะเริ่มเป็นดอกต้นกัญชาจะโตเร็วมากทั้งขนาดและความสูง ระยะนี้รู้จักกันดีว่าเป็น "ระยะยืด" ในสัปดาห์ที่สองของการออกดอกมีเส้นเกสรตัวเมีย จะปรากฎในต้นกัญชาตัวเมีย หลังจากนั้นเมื่อต้นเต็มวัยสีของเส้นเกสรจะเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเหลือง สีเหลืองเป็นสีส้ม สีส้มเป็นสีแดง และสุดท้ายจะเป็นสีน้ำตาล หลังจากนี้อีก 3 สัปดาห์จะเข้าสู่ระยะการเป็นดอก การเจริญเติบโตจะลดลง จนหยุดการเจริญเติบโต ต้นกัญชาจะเริ่มใช้พลังงานทั้งหมดในการพัฒนาดอก     ดอกแก่เต็มวัย เมื่อดอกเริ่มมีอายุ และแก่เส้นเกสรจะยาวและใบกลีบเลี้ยงจะขยายตัวเต็มที่ ถัดไปกลีบเลี้ยงเริ่มบวมเมื่อการหลั่งเรซิ่นเพิ่มขึ้นและเกสรตัวเมียจะถึงจุดสูงสุดของการสืบพันธุ์ หากไม่มีการผสมเกสรใบกลีบเลี้ยงจะบวมสุด และการหลั่งเรซินถึงจุดสูงสุด เส้นเกสรตัวเมียจะเริ่มโรยและเปลี่ยนจากสีแดงเรื่อ หรือน้ำตาลส้ม มาถึงตอนนี้กลีบเลี้ยงบวมได้สะสมชั้นเรซิ่นอย่างไม่น่าเชื่อ แต่การหลั่งชะลอตัวลงและจะผลิต terpenes และ cannabinoids น้อยลง       แหล่งที่มาของข้อมูล https://www.thseeds.com/en/cannabis-botany/

อ่านเพิ่มเติม →